การบอกเลิกจ้าง
การบอกเลิกจ้าง คือการที่นายจ้างหรือลูกจ้างแจ้งอีกฝ่ายล่วงหน้าว่าจะเลิกสัญญาจ้าง สำหรับสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา กฎหมายกำหนดให้บอกกล่าวเป็นหนังสือ เมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง เพื่อให้มีผลเลิกสัญญาเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป พูดง่าย ๆ คือแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง แต่ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกิน 3 เดือน
ทางเลือกและข้อยกเว้น
- นายจ้างเลือกจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ที่มักเรียกกันว่า "ค่าตกใจ") แล้วให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีได้
- การบอกเลิกจ้างเป็นคนละเรื่องกับค่าชดเชย — ลูกจ้างที่ทำงานครบ 120 วันและถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด มีสิทธิได้ทั้งสองอย่าง
- หากลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรงตามมาตรา 119 หรือเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
- สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน สิ้นสุดตามกำหนดโดยไม่ต้องบอกกล่าว
- นายจ้างควรระบุเหตุผลการเลิกจ้างไว้ในหนังสือเลิกจ้างเสมอ มิฉะนั้นจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างเพื่อไม่จ่ายค่าชดเชยภายหลังไม่ได้
ความเป็นธรรมก็สำคัญ
แม้ทำตามขั้นตอนครบ ลูกจ้างยังมีสิทธิฟ้องต่อศาลแรงงานว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ ศาลจะพิจารณาว่ามีเหตุสมควรเพียงพอหรือไม่ การมีบันทึกผลงาน หนังสือเตือน และเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจน จึงช่วยทั้งความเป็นธรรมต่อลูกจ้างและความมั่นคงทางกฎหมายของนายจ้าง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 และ 17/1 (การบอกกล่าวล่วงหน้าและการจ่ายเงินแทน) ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582–583 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 (เลิกจ้างไม่เป็นธรรม)
Tommy เก็บข้อมูลตารางกะ การเข้างาน และประวัติการทำงานของพนักงานแต่ละคนไว้ครบ เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญอย่างการเลิกจ้าง คุณมีข้อเท็จจริงรองรับเสมอ